Post Image

CA-G-T Exhibition

(THAI)

“C A – G – T” ชื่อของเทศกาลศิลปะในครั้งนี้ มีแนวคิดมุ่งเน้น สิทธิมนุษย์ชน (Human Rights) โดยได้รับแรงบรรดาลใจจาก หน่วยย่อยที่เล็กที่สุด ในการประกอบสร้างความผิดแผกหลากหลายใน มนุษยชาติ ได้แก่อักษร C, A, G และ T ที่มีนัยยะทางวิทยาศาสตร์ หมายถึงหน่วยอักษรใน ชุดลำดับของรหัสพันธุกรรม (DNA sequence) ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่โดยกำเนิดและไม่ สามารถดัดแปลงได้ อักษร C, A, G และ T แทนแต่ละหน่วยของ DNA ที่มีการจับคู่-เข้ารหัส ลำดับอย่างแตกต่างหลากหลาย  เปรียบเสมือนความเป็นปัจเจกในมนุษย์แต่ละบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิสากล โดยกำเนิด ที่จะดำรงอยู่ด้วยความแตกต่าง มีความหลากหลายทางเพศ ชาติกำเนิด วัฒนธรรม ภาษา ความเชื่อ ศาสนา และพื้นฐานที่นำมาซึ่งทัศนะที่แตกต่างในการดำเนินชีวิต แต่ในโลกที่ “อภิสิทธิ์” (Privileged) ของมนุษย์ด้วยกันกระทำการลิดรอนต่อ “สิทธิ” (Authority) ของมนุษย์อีกคน ความสัมพันธ์ที่เหลื่อมล้ำเข้ามาตัดแต่งดัดแปลงสิทธิที่ไหลเวียนอยู่ในสังคมจากยุคสู่ยุค ได้กระทำการลดรูป ต่อความหลากหลายเริ่มแรก ให้อยู่ในรูปแบบและการนิยามผ่านวาทกรรมของชนชั้น เกิดเป็นแรงกระทำ ที่ฉุดรั้งเสรีภาพออกจากกลไกสังคมสมัยใหม่ อำนาจที่เกิดจากสังคมลำดับชั้น เข้ามาจำกัดตัดทอนระบบ คุณค่าพื้นฐานที่ตั้งอยู่บนความเสมอภาคและภราดรภาพได้อย่างไร

 

และเมื่อการบังคับใช้ ‘ความถูกต้องของผู้มีอภิสิทธิ์’ ที่กระทำต่อความหลากหลายเหล่านี้ ยังคง เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ได้รับการแก้ไขผลักดันอย่างเต็มที่ ศิลปะ สามารถสะท้อนนัยยะทางสังคมถึง คุณค่า ที่ไม่เท่ากัน เกี่ยวกับ สิทธิมนุษยชน (Human Rights) และมิติความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Cultural diversity) เพื่อแสดงออกถึงประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นแรงกดทับ การถูกปิดกั้นที่กระทำต่อสิทธิและเสรีภาพ อันควรมีในการแสดงออก และการมีตัวตนของ วัฒนธรรมย่อย (Sub Culture) ในโลกกระแสหลัก เพื่อให้ความแตกต่างที่ถูกปิดกั้น เอาไว้ได้ถูกเปิดเผยและมีเสรีภาพที่จะหยัดยืนบนความหลากหลาย ได้เป็น มนุษย์เชิงปัจเจกชน (Individual Human) ที่มีการปรับปรุงความหมายและไม่ถูกกดทับจากโครงสร้างอำนาจ ส่วนกลาง

 

C A – G – T  ที่ไม่สามารถอ่านได้ตายตัวเป็นถ้อยคำ ทำให้เกิดการรับรู้ร่วมกับประสบการณ์ที่ แตกต่างกันออกไปในความเข้าใจเฉพาะของผู้พบเห็น (Self Perception) อาจสามารถปะติดปะต่อจาก ประสบการณ์ส่วนตัวเป็นคำหนึ่งคำ หรืออาจตีความหมายเป็นอื่นได้อย่างอิสระในขณะเดียวกัน จึงเป็นการ ล้อเล่นกับความครุมเครือทางความหมาย เพื่อการเปิดโอกาสที่ยังมาไม่